231.At the end of the day

posted on 27 Jun 2009 09:40 by pbmath  in PEACEMAKER

ในตอนจบวัน

ผมมีประสบการณ์หาแพทย์ที่เพิ่งจบใหม่หลายครั้ง 
พบว่าบางทีค่ารักษากับหมอใหม่แพงกว่าหมอที่มีประสบการณ์ยาวนาน 
ทั้งที่ขัดกับหลักตรรกที่ว่า หมอที่ทำงานยาวนานน่าจะคิดค่ารักษาแพงกว่า 
เหตุผลก็เพราะว่า หมอจบใหม่บางคนเกิดอาการเกร็ง อาจเกิดความกลัววูบขึ้นมาว่า 
"จะเกิดอะไรขึ้นหากวินิจฉัยโรคพลาด?"

เมื่อเกร็งก็เกิดความไม่แน่ใจ เพื่อความปลอดภัยต่ออาชีพของตน
ก็สั่งให้มีการทดสอบในห้องแล็บเพิ่มอีกหลายรายการ ยกตัวอย่างเช่น

เมื่อคนไข้ท้องเสีย ก็สั่งตรวจดูว่าเกิดจากเชื้อโรคชนิดใด 
ทั้งที่คนไข้บอกว่าไม่ได้กินอาหารสกปรกอย่างแน่นอน 
ผลตรวจที่ออกมาสรุปว่าท้องเสียไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค หากจากความเครียด 
เมื่อรวมค่าตัวของหมอใหม่ (ซึ่งไม่สูงนัก) กับค่าตรวจในแล็บและอื่นๆ รวมๆ แล้ว
ก็มากกว่าที่คนไข้ควรจ่ายเมื่อรักษากับหมอที่มีประสบการณ์กว่า

ครั้งหนึ่งผมเกิดอาการปวดหัวตึบๆ หมอใหม่ก็จัดการส่งผมไปสแกนสมอง 
ทั้งที่ผมรู้ว่าไม่เป็นอะไรมาก "เพื่อความชัวร์" หมอว่า 

เมื่อเห็นใบเสร็จ ผมก็เกิดอาการปวดหัวกว่าเดิม

เพื่อนสถาปนิก-ผู้รับเหมาคนหนึ่งบอกผมว่า ในงานทุกชิ้นของเขา 
จะเจาะจงใช้แต่ช่างชั้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช้ "มือใหม่หัดขับ" เลย 
ทั้งที่ค่าแรงช่างเก่าแพงกว่า 2-3 เท่า

"ทำไม?" ผมถาม

เขายกตัวอย่างงานปูน ช่างปูนที่เพิ่งทำงานไม่นานค่าแรงต่อวันถูกมาก 
แต่เนื่องจากยังอ่อนประสบการณ์ จึงใช้ปูนซิเมนต์เปลืองมาก 
ทุกครั้งที่ตักปูนมาก่อกำแพงหรือฉาบ ปูนมักหล่นเรี่ยราด ส่วนที่ตักเกินมาก็ปาดทิ้ง 
กว่าจะจบงานหนึ่งชิ้น ต้องเสียปูนไปเกินจำเป็น 

ขณะที่ช่างที่เชี่ยวชาญใช้ปูนเท่าที่จำเป็นเพราะแม่นงานกว่า 
เมื่อคิดรวมดูแล้ว ใช้ช่างเชี่ยวชาญถูกกว่าและได้งานที่ดีกว่า


ในช่วงชีวิตของเรา ต้องพบกับการตัดสินเลือกของสองอย่างที่เลือกยาก 
ส่วนมากมักมีเรื่องเงินทองมาเกี่ยว

คนส่วนมากเมื่อเจอกับการตัดสินใจดังกล่าวมักหนีไม่ค่อยพ้นสัจธรรมของ 
"เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย"

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อไปสมัครงานสองบริษัทและได้งานทั้งสองแห่ง 
แห่งหนึ่งให้เงินเดือนสูง แต่งานจำเจ อีกแห่งหนึ่งเงินเดือนต่ำกว่ามาก แต่งานท้าทาย

หลายคนเลือกเงินเดือนสูงไว้ก่อน 
เพราะมันทำให้รู้สึกว่ามีคนเห็นคุณค่าของเรามากพอที่ยอมจ่ายมากๆ

ในชีวิตของเรายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องตัดสินใจเลือก
ไปทางซ้ายหรือทางขวา และเป็นการเลือกที่ยากเอาการ

จะเรียนคณะวิชาที่ทำเงินหรือคณะวิชาที่ชอบ? 
จะเลือกงานที่ให้เงินเดือนมากหรือเงินเดือนน้อย? 
จะเลือกผู้หญิงที่ความสวยหรือความเก่ง? ฯลฯ 



ฝรั่งมีวลีหนึ่งที่ว่า 
at the end of the day หมายถึง 
การวัดผลในตอนจบวัน เป็นการใช้ชีวิตโดยการมองภาพรวม

จะลงทุนมากหรือน้อย จะทำงานใหญ่หรือเล็ก ไม่สำคัญเท่ากับว่า 
ในตอนจบวัน คุณเหลือเงินในกระเป๋าสตางค์เท่าไร

แม่ค้าขายขนมครกที่ทำงานไปเรื่อยๆ ตลอดวันเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว 
อาจจะมีเงินในกระเป๋ามากกว่าเจ้าของร้านอาหารติดแอร์ฯ 
ที่ถึงแม้รายได้ต่อวันจะสูงกว่ามาก แต่ค่าโสหุ้ยก็สูงเช่นกัน

บางทีเมื่อวัดกันที่ "ในตอนจบวัน" อาจทำให้เราตัดสินใจหลายๆ เรื่องได้ง่ายขึ้น

ในตอนจบวัน แฟนคุณช่วยคุณสร้างเงินหรือถลุงเงิน? 
ในตอนจบวัน คุณเก่งกว่าเดิมหรือเปล่า? 
ในตอนจบวัน คุณมีความสุขมากกว่าความทุกข์หรือไม่? 

และในตอนจบวัน คุณรู้สึกว่าชีวิตในวันนั้นสูญเปล่าหรือไม่? 

ที่มา บทความ โดย คุณวินทร์ เลียววาริณ 20 เมษายน 2550 
คัดลอกมาจาก www.winbookclub.com
รูปภาพ wiki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบมากมาย

อ่านแล้วเหมือน สมองได้รับคำตอบที่หามานาน

เป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่า จริงๆ
(เม้นท์ในวันพักผ่อน...อ่านสิ่งดีดี ก็คือการพักผ่อนดีดี)

#1 By ☺KOOK☺○•♥•○☻KAI☻ on 2009-06-27 09:48

at the end of the day,
we should take a good rest.

big smile
บล๊อคนี้มีแต่เรื่องดี ๆ ไม่เปลี่ยนเลย
big smile open-mounthed smile confused smile

#3 By Moo Duck Dick on 2009-06-27 10:12

ดีมากเลยค่ะ ปกติจะไม่ได้ทบทวนตัวเองเลยในตอนจบของแต่ละวัน ขอบคุณข้อคิดดีๆค่ะHot! Hot! Hot!

#4 By Pat on 2009-06-27 19:38

เรื่องนี้ดีจังค่ะ

big smile

#5 By MomMom on 2009-06-27 21:44

ดีมากเลยค่ะ
เขียนตรงมาก มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเลย
ทุกวันนี้เราก็ยังหนีไม่พ้นกับเรื่องของเงินทองจริงๆ

ถ้าหากแนวทางของ at the end of the day จะช่วยเราได้บ้าง มันก็น่าลองดูเนอะ confused smile Hot!

#6 By nookniss on 2009-07-02 10:31

Hot!

#7 By microsafe on 2009-07-12 10:39