หลายคนคงนึกสงสัยกันว่า เหตุใดร้านตัดผมเกือบจะแทบทุกร้านมักจะมีกล่องกลม ๆ ที่มีลวดลายติดตั้งอยู่ที่หน้าร้านด้วยเสมอ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์นี้คืออะไร และมีความหมายว่าอย่างไร

ไฟหมุนขาวแดงถือเป็นสัญลักษณ์ของร้านตัดผมที่เพิ่มความสวยงาม เด่นสะดุดตาแก่ผู้สัญจรไปมา ทั้งยังเป็นตัวบอกให้รู้ว่าร้านนั้นกำลังเปิดหรือปิดบริการ ถ้าไฟขาวแดงหมุนแสดงว่าร้านเปิด แต่ถ้าไฟหยุดหมุนแสดงว่าร้านปิด ประโยชน์ในปัจจุบันมีเท่านี้ และไม่มีการบังคับให้ทุกร้านต้องติดไฟหมุนดังกล่าว ทุกวันนี้ถ้าสังเกตให้ดีจะเห็นว่าแถบสีขาวแดงอาจมีสีอื่น ๆ เพิ่มบ้างแล้ว

สัญลักษณ์ไฟหมุนที่ร้านตัดผม เรียกว่า "บาร์เบอร์ โพล" (barber pole) ถือกำเนิดขึ้นในทวีปยุโรป ยุคที่ช่างตัดผมรวมอยู่ในอาชีพหมอฟันและศัลยแพทย์ หรือจะว่าผ่าตัด ถ่ายเลือด ทำฟัน เป็นภาระหน้าที่อย่างหนึ่งของช่างตัดผมก็ได้

เป็นเช่นนั้นอย่างเป็นทางการตั้งแต่ พ.ศ.1639 ที่ประเทศฝรั่งเศส ด้วยฝีมืออาร์คบิชอปแห่งร็วง เมืองหลวงของแคว้นนอร์มังดี ท่านสั่งห้ามบุรุษไว้หนวดเคราโดยเด็ดขาด ทำให้กิจการตัดผมและโกนหนวดเครามีความจำเป็นมากขึ้น แล้วใครจะมีของมีคมเท่าศัลยแพทย์เล่า กระทั่งภายหลังเมื่อการแพทย์มีความชัดเจนในสาขาของตนยิ่งขึ้น อาชีพศัลยแพทย์กับช่างตัดผมจึงถึงแก่กาลต้องแยกจากกันโดยสิ้นเชิง เหลือเพียงสัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญตกทอดเป็นมรดกจากหมอผ่าตัดถึงช่างตัดผม

ต้นกำเนิดเรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังทำงานแบบทูอินวัน ระหว่างการผ่าตัดถ่ายเลือดผู้ป่วย คุณหมอจะพาดแถบผ้าพันแผล 2 เส้นรอไว้ เส้นหนึ่งสำหรับพันรอบแขนผู้ป่วยก่อนถ่ายเลือด เส้นหนึ่งไว้พันแผลภายหลังงานเรียบร้อย นานเข้าแถบผ้าพันแผล 2 เส้น ก็เป็นภาพเจนตาจนเป็นที่เข้าใจตรงกันทั่วไปว่าเป็นร้านคุณหมอ (ที่รับตัดผมด้วย)

จากแถบผ้าพันแผลวิวัฒน์เป็นเสาทาสีเลียนแบบ ติดตั้งอย่างถาวรภายนอกร้าน มองคล้ายเกลียวริบบิ้น 2 สี เรียก "เกลียวริบบิ้นสีขาวแดงสองเส้นพันรอบแท่งเสา" ว่า บาร์เบอร์ โพล (เนื่องจากสีแดงหมายถึงเลือด สีขาวหมายถึงผ้าพันแผล) จากยุโรปไปถึงอเมริกา ช่างตัดผมอเมริกันรักชาติเติมสีน้ำเงินเข้าไปในบาร์เบอร์ โพล ด้วย เป็นสีแดง ขาว น้ำเงิน ตามสีธงชาติสหรัฐอเมริกา

บาร์เบอร์ โพล กลายเป็นสื่อสัญลักษณ์สากลของร้านตัดผมในที่สุด เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นร้านตัดผม โดยไม่ต้องคอยมองหาป้ายชื่อร้าน ทั้งยังบอกให้ทราบด้วยว่าร้านเปิดทำการหรือไม่ หากไฟหมุนเปิดอยู่แสดงว่าร้านเปิด เข้าไปใช้บริการได้ หากไฟปิดคือร้านปิด ตรงไปร้านอื่นได้เลย

ต้นทางของวัฒนธรรมไฟหมุนหน้าร้านตัดผมจึงเป็นเมืองร็วง แคว้นนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส โดดเด่นด้วยมหาวิหารนอเตรอดาม สร้างเสริมต่อเติมด้วยสถาปัตยกรรมหลายยุคหลายสมัยจากศตวรรษที่ 12 ถึงศตวรรษที่ 19 และเป็นเมืองที่ฝังศพวีรบุรุษชาวฝรั่งเศสในยุคกลาง เฉพาะอย่างยิ่งเป็นที่ฝังพระหทัยของพระเจ้าริชาร์ดใจสิงห์ (Richard the Lion Heart) กษัตริย์อังกฤษผู้ประทับอยู่ในฝรั่งเศสมากกว่าอังกฤษ

ที่มา vcharkarn.com และ 108 ซองคำถาม
รูปภาพ wiki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับbig smile

#2 By araignee on 2009-04-18 11:10

สุดยอดอะ เพิ่งรู้นะเนี่ย หมอก็เคยเป็นช่างตัดผมด้วย

ที่คนไทยเอามาติดนี่รู้ที่มากันปล่าวก็ไม่รู้เนาะ

เห็นมาตั้งกะเด็กๆ



#3 นี่ไบโอสแปมในตำนานปล่าวนี่ sad smile

#4 By paroJung on 2009-04-18 12:00

เคยสงสัยเหมือนกันว่าทำไมต้องมีขาวๆแดงๆหมุนๆ

หายสงสัยแระ
ที่จีนมีไฟหมุนๆแบบนี้อย่ารีบเข้าไปใช้บริการนะครับ เป็นซ่องก็เยอะครับ ดูตามาตาเรือกันนิดนึง double wink
ได้ความรู้ดี ค่ะ ขอบคุณค่ะ confused smile
อยากได้ดราก้อลบอลมั้ยHot! Hot! Hot!
ดีๆอย่างนี้ต้องขยายต่อ

ไม่น่าเชื่อว่าศัลยแพทย์ก็เป็นช่างตัดผมได้ด้วย....(มิน่าล่ะ เวลาผ่ากะโหลกถึงต้องโกนหัว - เค้าชำนาญแต่โบราณจริงๆ) ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

ปล.เรพสามไม่เกี่ยวเลยง้าบ สแปมป่าว

#8 By เซี่ยหมิง on 2009-04-18 15:15

นั่นสิคะ เราสังเกตไฟหมุนอัตโนมัติ และชินตากะร้านตัดผมแทบทุกร้านแล้วล่ะ confused smile confused smile

#9 By Pat on 2009-04-18 23:32

เคยดูในสาระคดีแล้วสยอง
สมัยก่อนหมอรักษาคนไข้ด้วยการถ่ายเลือด =[]="
เอาเลือดออกแล้วเชื่อโรคจะได้ออกด้วยsad smile

รู้สึกโชคดีที่ตอนนี้กลายเป็นแค่ชั่งตัดผมอย่างเดียวconfused smile

#10 By Boldblade on 2009-04-19 10:25

โหว สุดยอด มีที่มาลึกล้ำจริงๆ
ขอบคุณค่ะ ได้เกร็ดความรู้ใหม่ที่น่าสนใจมาก
อย่างงี้ ต้องให้ Hot!

#11 By nookniss on 2009-05-13 17:32