ชายหนุ่มคนหนึ่งได้สิทธิพิเศษไปศึกษาดูงานในนรกและสวรรค์ เขาเลือกไปดูงานในนรกก่อน ที่นรกนั้นมียมบาลตนหนึ่งเป็นมัคคุเทศก์พาไปชมแดนต่าง ๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นทัณฑสถานอันน่าสะพรึงกลัว เมื่อชมสถานที่ต่าง ๆ จนครบแล้ว เจ้าพนักงานประจำนรกก็พาชายหนุ่มไปดูวิถีชีวิตคือ การอยู่การกินของชาวนรกบ้างว่าเป็นอย่างไร

ที่ห้องอาหาร เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า มีสัตว์นรกจำนวนมากมายนั่งประจำอยู่ที่โต๊ะ และอาหารก็ถูกจัดเตรียมเอาไว้เต็มโต๊ะอย่างพร้อมสรรพ แต่เขาสังเกตดูพบว่าสัตว์นรกเหล่านั้นมีร่างกายผอมโซ หน้าตาอมทุกข์ ทั้ง ๆที่มีอาหารมากมาย แต่พวกเขาก็หาได้กินอาหารเหล่านั้นนอย่างง่ายดายแต่อย่างใดไม่ ตรงกันข้าม กว่าจะกินอาหารได้แต่ละคำช่างทุกข์หนักหนาสาหัสเหลือเกิน เมื่อพินิจดูอย่างถี่ถ้วน ชายหนุ่มจากมนุษยโลกก็ค้นพบว่า เพราะเหตุใดสัตว์นรกเหล่านั้นจึงทุกข์และผอมโซเหมือนไม้เสียบลูกชิ้นกันทั่วทุกตัวตน

เคล็ดลับแห่งความผอมกะหร่องของสัตว์นรกอยู่ตรงที่สัตว์นรกทุกตัวล้วนมีช้อนที่ยาวหลายเมตรผูกติดมือ เมื่อถึงเวลาอาหาร สัตว์นรกเหล่านั้นสามารถใช้ช้อนตักอาหารได้เต็มช้อน แต่มีปัญหาตรงที่เมื่อตักอาหารได้แล้ว ถึงเวลาจะนำอาหารเข้าปากกลับทำไม่ได้ เพราะช้อนที่ยาวเกินไปนั้น เมื่อพวกเขาตักอาหารได้แล้วและยื่นกลับมาหาปากตัวเอง ช้อนก็จะเลยปากไปหลายเมตร เมื่อเป็นเช่นนี้ ถึงแม้จะมีอาหารมากมายให้ตัก แต่สัตว์นรกก็นำอาหารเข้าปากตัวเองไม่ได้อยู่ดี

เมื่ออาหารมี แต่กินไม่ได้ มีก็เหมือนไม่มี พวกเขาจึงทุกข์เพราะความหิวอย่างสาหัสสากรรจ์ วัน ๆ ทำได้อย่างดีก็เพียงนั่งมองอาหารแล้วทำตาปริบ ๆ ด้วยความเศร้าสลด ชายหนุ่มเห็นสภาพอันน่าเวทนาของสัตว์นรกแล้วก็อดสลดใจไม่ได้

ครั้นดูงานในนรกภูมิจนทั่วแล้ว ชายหนุ่มขอใช้สิทธิ์ไปดูงานบนสวรรค์บ้าง ที่เมืองสวรรค์อันแสนสุข ชายหนุ่มได้พบแต่สิ่งที่น่ารื่นรมย์ รวมทั้งเขาได้พบบางสิ่งบางอย่างที่เขาเคยเห็นมาในนรกด้วย เจ้าสิ่งที่ว่านี้คือ เทวดาทุกองค์บนสวรรค์ล้วนมีช้อนยาว ๆ หลายเมตรผูกติดมือทั้งสองเช่นเดียวกัน แต่เทวดาเหล่านั้นหาทุกข์ไม่ เพราะเทพยดาทั้งปวงสามารถตักอาหารเข้าปากได้อย่างเอร็ดอร่อย เมื่อได้กินอิ่ม นอนอุ่น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าการเกิดเป็นเทวดาบนสวรรค์จะมีความสุขเพียงใด

คำถามก็คือว่า ทั้ง ๆ ที่เทวดาทุกองค์มีช้อนยาว ๆ ผูกติดมืออยู่เหมือนกับสัตว์นรก เวลาตักอาหารเข้าปากน่าจะมีปัญหาพอ ๆ กัน แต่ทำไมประดาเทวดาทั้งหลายจึงไม่ประสบปัญหาเดียวกับสัตว์นรกเหล่านั้น

คำตอบก็อยู่ตรงที่ว่า เมื่อถึงเวลาอาหาร เทวดาทั้งปวงจะแบ่งกันออกเป็นสองฟาก นั่งหันหน้าเข้าหากัน จากนั้นต่างผ่ายต่างก็ใช้ช้อนอันแสนยาวของตัวเองตักอาหารที่อยู่ตรงหน้า แต่เมื่อตักแล้วไม่ได้เสียเวลาพยายามนำอาหารนั้นเข้าปากของตนเองอย่างยากเย็นเหมือนสัตว์นรกหรอกนะ ทว่าพวกเขาตักอาหารได้แล้วก็ช่วยป้อนให้เพื่อนเทวดาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับตัวเองต่างหาก โดยวิธีนี้บรรยากาศการทานอาหารร่วมกันในแต่ละวันของเทวดาบนสวรรค์จึงนับว่าเป็นช่วงเวลาอันแสนสุขอย่างยิ่ง ตักอาหารกันไป ยิ้มให้กันไป สบตากันไปอย่างมีไมตรีจิต แต่ละมื้อจึงอิ่มทั้งกายและอิ่มทั้งใจ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ได้ "ให้" แก่กันและกันอย่างเอื้ออารีจนเป็นวิถีชีวิตประจำวันอันรื่นรมย์

ใครละจะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นเทวดาผู้อารี มีใบหน้าระบายด้วยรอยยิ้ม พร้อมทั้งมีดวงใจอันเปี่ยมสุขอยู่ตลอดเวลา
ขอให้เราเริ่มต้นสร้างความสุขสวัสดีให้ชีวิตกันด้วยแนวคิดที่ว่า

"อย่าถามว่าชีวิตนี้ใครจะให้อะไรแก่เธอ
แต่จงถามว่าชีวิตนี้เธอจะให้อะไรแก่ใครบ้าง
"

ที่มา หนังสือ ธรรมะ พารวย ของท่าน ว.วชิรเมธี

Comment

Comment:

Tweet

เดาถูกด้วยว่าต้องใช้ช้อนยาวป้อนอาหารกัน

#3 By FanG (124.121.250.39) on 2009-03-04 16:13

หาเรื่องมาลงได้ดีจริง ๆ ค่ะ สมกับชื่อ Blog จริง ๆ big smile open-mounthed smile

#2 By Moo Duck Dick on 2009-03-03 15:07

เหมือนที่มีคนเคยบอกไว้ว่า
ถ้าเราอยากได้อะไรจากใคร
เราก็ต้องมอบสิ่งนั้น ให้คนๆนั้นก่อน



big smile
ชอบทุกเรื่องของบล็อกนี้เลยค่ะ

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Waterlily on 2009-03-03 12:31